ฝากรูปให้ดูเล่น...... นี่แหละชีวิต ส.ส. 

Photobucket

เบื้องหลังการทำงานของ ส.ส. (งานเข้า.....) 

 

        หลายท่านที่ติดตามข่าวการเมืองคงจะพอทราบกันอยู่ว่า  พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งครม.เงาขึ้นเพื่อติดตามการทำงาน และให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล  สำหรับสัปดาห์นี้ที่ ครม. เงาให้ความสนใจอย่างยิ่ง คือ ธรรมาภิบาลในองค์กรที่เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  ธรรมาภิบาลนั้นก็รู้ๆกันอยู่ว่า พื้นฐานอยู่ที่คน หากได้คนมีจริยธรรมในใจ  เรื่องความโปร่งใสและเป็นธรรมก็คงไม่ต้องกังวล  ธรรมาภิบาลมักจะเข้าใจกันว่าเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาคอรัปชั่น  แต่มากกว่านั้นธรรมาภิบาลจะมีผลอย่างมากในการสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจแก่ประเทศ คนทั่วไปมองไปไกลว่าต้องทำนั่น ทำนี่ ให้เกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้  แต่ง่ายที่สุด (หรืออาจจะยากที่สุด) คือการเลือกคนที่เหมาะสมดำรงตำแหน่งที่เหมาะสม

 

         แต่จากการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ  ดูแล้วน่าเป็นห่วงจัง  ตัวอย่างดูจาก การแต่งตั้ง นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ โดยคณะรัฐมนตรี เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคดีพิเศษ หรือที่เรียก กรรมการดีเอสไอ ครม.เงาว่าไม่เหมาะ ที่ว่าไม่เหมาะนั้นไม่ได้เป็นเพราะ ครม.เงา ตั้งหน้าตั้งตาค้านครม.จริงทุกเรื่องไป แต่เหตุผลคือ นายชัยวัฒน์ เคยเป็น ประธานกรรมการบริษัทเอสซี แอสเซท จำกัด (มหาชน) ซึ่งกรมดีเอสไอเป็นเจ้าของคดีบริษัทนี้อยู่  จึงทำให้เกิดความกังวลว่า  อาจจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของกรมดีเอสไอและกระทรวงยุติธรรม  แม้ว่านายชัยวัฒน์จะไม่ได้เป็นผู้ที่มีความผิดใด  แต่คำถามคือ ประเทศไทยไม่มีใครที่เหมาะสมกว่านี้แล้วหรือ  ทำไมต้องอยู่ในวงวานว่านเครือของกลุ่มธุรกิจพวกพ้องนักการเมืองอยู่ร่ำไป เมื่อครั้งนายวีรพงษ์ รามางกูรก็ทีหนึ่ง  ทั้งๆที่ยังมีตำแหน่งในบริษัทเอกชนที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผลประโยชน์ของรัฐบาล  ก็ให้มานั่งในตำแหน่งคณะกรรมการรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ  ซึ่งแน่นอนต้องมีบทบาทสำคัญในการออกมติ ครม.อย่างแน่นอน  แล้วประชาชนจะแน่ใจในความเสมอภาคและเป็นธรรมได้อย่างไร

 

เอื้อเฟื้อภาพจาก www.oknation.net

             อีกตำแหน่งหนึ่งที่จะไม่พูดถึงก็ไม่ได้ คือตำแหน่ง ประธานกรรมการสรรหาคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) หวยออกที่ นายนิพัทธ พุกะณะสุต แล้วปัญหาคืออะไร  อย่างเพิ่งรำคาญกำบความช่างสงสัยของครม.เงา ขอให้พิจารณาตามจริงคือ  ประธานคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการ ก.ล.ต.   มีหน้าที่สรรหากรรมการ       ก.ล.ต.และกรรมการ ก.ล.ต.นี้ มีหน้าที่แต่งตั้งกรรมการตลาดหลักทรัพย์ โดยที่นายนิพัทธ ก็ได้รับการคัดเลือกให้เป็นกรรมการหลักทรัพย์ แปลง่ายๆก็คือเป็นไปได้ไหมที่ใครสักคนจะพูดว่า "ฉันเลือกเธอ ให้เธอมาเลือกฉัน" นั่นคือข้อสงสัยที่หนึ่ง ข้อสงสัยที่สอง ไม่มีใครมีคุณสมบัติเหมาะสมกว่านี้หรือ คนที่ถูก ปปช.ชี้มูลว่าร่ำรวยผิดปกติในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ และอัยการกำลังดำเนินการทางกฎหมายอยู่ อีกคดีคือทุจริตต่อการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ประธานธนาคารออมสิน ขนาดนี้แล้วจะต้องให้ทักท้วงอะไรอีกในเรื่องความเหมาะสม

 

            แล้ว ครม.เงา ทำอะไรต่อ..........แน่นอนที่สุด เราคงไม่ปล่อยไปตามกรรมเก่า ครม.เงามอบหมายงานความรับผิดชอบแก่ รมต.คลังเงา กรณ์ จาติกวณิช และ รมต.ยุติธรรมเงา  ถาวร เสนเนียม และ รมต.สำนักนายกเงา นิพิฏฐ์ อินทรสมับติ เป็นผู้ติดตามผลต่อไป หากนโยบายและผลการทำงานของท่านเหล่านี้มีประสิทธิภาพและโปร่งใส ครม.เงาก็ขอเป็นกำลังใจและพร้อมที่จะให้การสนับสนุน เพราะวันนี้ประเทศต้องการความเชื่อมั่นในนโยบาย ในตัวบุคคล และในแนวทางการดำเนินงานที่โปร่งใส

 

            แม้ว่าหลายคนอาจบอกว่าท่านๆเหล่านี้ไม่ได้มีความผิดทางกฏหมายใด ย่อมมีความชอบธรรมที่จะดำรงตำแหน่งดังกล่าวได้ แต่คนไทยตั้ง หกสิบกว่าล้านคน คนเก่งและไร้ข้อครหาไม่มีแล้วใช่ไหมเนี่ย จากรายชื่อผู้ได้รับการแต่งตั้ง  แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเลยว่า รัฐบาลไม่เข้าใจหลักธรรมาภิบาล  และไม่รู้จักการสร้างกลไลขับเคลื่อนธรรมาภิบาลในตลาดเงินและตลาดทุน นั่นคือ ประสิทธิภาพของคณะกรรมการที่มีหน้าที่กำกับดูแลฝ่ายบริหารให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส  มีประสิทธิภาพ และปลอดจากการครอบงำของผู้มีอิทธิพลทั้งที่มองเห็นและมองยังไม่เห็น.................