คูปองแก้จน....ฉันช่วยเธอแล้วเธออย่าลืมเลือกฉัน
posted on 20 Jun 2008 16:29 by rachada-dp in outdoor
หายหน้าไปนาน เนื่องจากติดภาระกิจไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้
กลับมาก็วุ่นเรื่องอภิปรายงบประมาณและไม่ไว้วางใจรัฐบาล คืนนื้มีเวลาว่างและไม่เหนื่อย
มากถึงขั้นคอพับไปก่อน จึงอยากจะเล่าเรื่องที่เปิดโอกาสให้ผู้อ่านร่วมแสดงความคิดเห็น
ฝากรูปจาก ใต้ให้ดู เดี๋ยวไม่เชื่อว่าไปมาจริง.........
......
..................ขอถ่ายกับรั้วของชาติ
................(ทำไมให้ยิ้มอยู่คนเดียว)
ตอนแรกตั้งใจจะเล่าถึงสิ่งที่ได้พบจาก3จังหวัด
แต่เปลี่ยนใจ ขอพูดถึงเรื่องคูปองแก้จนก่อนแล้วกัน
...................................
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ครม.ได้มีมติเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอยู่
หลายเรื่อง แต่เรื่องที่ได้รับความสนใจอย่างยิ่งดูเหมือนจะเป็นการออกคูปองแก้จน
คูปองแก้จนที่กระทรวงการคลังเสนอเพื่อเป็นมาตรการในการแก้ปัญหาวิกฤต
ค่าครองชีพแก่คนจน ถ้าทำอย่างรอบคอบและสุจริตใจจริงๆ ก็น่าที่จะสามารถช่วย
บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายได้บ้าง ถ้าเดือนละ400บาท ก็พอจะได้ข้าวสาร 2 ถุง น้ำมันพืช
2 ขวด และน้ำปลา 1 ขวด หรือไม่ก็บัตรเติมเงินโทรศัพท์ บุหรี่สัก 2-3 ซองพ่วงด้วย
Lottery แต่ที่แน่ๆคะแนนเสียงที่จะได้แก่พรรครัฐบาล
คำถามจึงเกิดขึ้นว่ามาตรการนี้จะช่วยคนจนได้จริงหรือ แม้กระทั่งอดีตคนในพรรค
ไทยรักไทยยังเอ่ยปากว่า เหมือนฝิ่นที่ให้แก่ประชาชน สงสัยจะพูดจาก
ประสบการณ์ที่ได้รับจากรัฐบาลเก่าในการดำเนินโครงการประชานิยม ที่ภายนอกดูดี
แต่เมื่อปฏิบัติจริงก็เพียงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
หลายคนอาจคิดว่า ความเห็นของพรรคประชาธิปัตย์ยังไงก็ให้ต้องตรงข้ามกับ
รัฐบาลเสมอ เรียกว่าเอาแต่ค้านและติคนอื่นไว้ก่อน งั้นลองฟังมุมมองของเรา
แล้วใช้ดุลพินิจตัดสินใจว่าอะไรควรไม่ควรอย่างไร
....
.............................ดูงานที่หมู่บ้านแม่หม้าย 'รอตันบารู'
.....................คูปองแก้จนไม่ใช่เรื่องใหม่ ใช้กันมากในประเทศยากจน เช่นอียิปต์
ศรีลังกา จาไมก้า เม๊กซิโก แม้กระทั่งสหรัฐอเมริกาก็มี พรรคประชาธิปัตย์เองได้เสนอ
มาตรการนี้แก่รัฐบาลไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว นั่นหมายความว่าโดยหลักการแล้วพรรค
เห็นด้วย แต่ต้องให้นโยบายและแนวทางในการปฏิบัติมีความชัดเจนและรอบคอบ และ
ที่สำคัญ ท่านนายกรัฐมนตรีเงาได้เน้นย้ำว่า มาตรการนี้ควรเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนว
ทางการช่วยเหลือคนจนซึ่งต้องเป็นการดำเนินการในระยะยาวที่มีเป้าประสงค์สุดท้าย
คือให้คนจนยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยรัฐบาลคอยให้การดูแลช่วยเหลือผู้ที่ไม่สามารถ
ช่วยเหลือตัวเองได้
เพื่อกระตุ้นต่อมความคิด ลองคิดตามคำถามต่อไปนี้กันเถอะ
- ทำไมรัฐมนตรีสุรพงษ์ สืบวงลีจึงให้เวลาแก่มาตรการนี้เพียงแค่ 6-12 เดือนเท่านั้น?
.......คงเห็นว่าพอขึ้นเดือนที่13 คนจนที่ได้รับคูปองจะไม่จนอีกแล้ว หรือ เป็นระยะ
เวลาที่เพียงพอต่อการสร้างผลประโยชน์ทางการเมือง
- หากใช้เส้นแบ่งความยากจนเป็นเกณฑ์ (คือตอนนี้ยังไม่รู้ว่ารัฐบาลจะใช้เกณฑ์อะไร
แน่ ) คาดว่าจะมีจำนวนคนจนอยู่ที่ 6 ล้านซึ่งครอบคลุมผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยติดเชื้อ
และผู้พิการ สมมติตามที่รมต.คลังเกริ่นไว้ จะให้คนละ 400 บาทต่อเดือน ถ้ามี
6 ล้านคน เดือนหนึ่งก็ 2.4 พันล้าน ปีหนึ่งก็............(คูณเอาเองแล้วกัน) เตรียมเงิน
ไว้แล้วหรือยัง ที่แน่ๆคูปองนี้ไม่ได้สร้างผลอะไรในระยะยาว
- ในจำนวน 6 ล้านคนนี้ ประกอบด้วยผู้ที่ต้องการมีงานทำแต่ขาดทักษะและ/หรือ
โอกาส รัฐบาลเตรียมแผนการสร้างโอกาสให้คนเหล่านี้แล้วหรือยัง ? ประชาธิปัตย์
เห็นว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องมีระบบและกลไกที่จะให้การช่วยเหลือในเรื่อง
การเพิ่มทักษะและจัดหางานให้คนกลุ่มนี้เพื่อให้สามารถยืนอยู่บนขาตนเองได้
- อดีตที่มีการเปิดให้ลงทะเบียนคนจนในสมัยรัฐบาลทักษิณ ตอนนี้ทำอะไรไปถึงไหน
แล้ว คนจน8 ล้านคนรอคำตอบอยู่ว่าอยากจะรู้มีใครบ้างที่จนไปทำไม??????????
ถ้ารู้แล้วไม่ทำอะไร เขาจะได้คูปองนี้ด้วยไหม
- หน้าตาคูปองเป็นอย่างไร ? ท่านรัฐมนตรี บอกว่าจะใช้ บัตรประจำตัวประชาชน
smart card ไม่ใช้คูปองกระดาษ........อืม.......(คุณมีแล้วหรือยัง) แล้ว มีคนจน
กี่คนที่มีบัตรแบบ smart card และที่ว่า smart นั้น IQ เท่าไร รูดปื้ดได้เลยหรือ
และมีจุดแลกของหรือร้านโชห่วยที่พร้อมต่อความฉลาดของ smart card ทั่ว
ประเทศเชียวงั้นเชียว
- คูปองซื้อสินค้าอะไรได้บ้าง? ซื้อบุหรี่ ยาดองเหล้า มันฝรั่งทอด น้ำอัดลม ได้ไหม
หรือจำกัดวงแค่สินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเช่น ข้าว นม แป้ง น้ำมันพืช
.........

...............รับทราบปัญหาจากปากคุณลุงคุณป้าชาวชุมชนวันลำภู นราธิวาส

แนวทางการแจกคูปองของพรรคประชาธิปัตย์ เราเคยเสนอว่าตั้งแต่ช่วงต้นๆที่ข้าวราคาสูง
ให้รัฐบาลเอาข้าวในสต๊อกมาขายในราคาถูก กำไรที่รัฐบาลได้ให้มาทำเป็นคูปองซื้อปุ๋ย
ราคาถูกช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร เพราะปุ๋ยเป็นต้นทุนหลักในการผลิต นอกจากนั้นเรายัง
ได้เสนอให้รัฐบาลแจกเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้และไม่มีลูกหลานดูแล เพราะผู้
สูงอายุไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จะไปทำงานที่ไหน เดินทางก็แทบจะไม่ไหว หากรัฐ
ไม่ช่วยแล้วใครจะช่วย ในขณะเดียวกัน กรมการจัดหางานและกรมพัฒนาฝีมือแรงงานต้อง
เข้ามาดูแลประชาชนในวัยแรงงานที่ไม่มีงานทำ มิฉะนั้นคนเหล่านี้จะต้องเป็นคนที่จนตลอด
ไป และไม่มีวันที่จะยืนด้วยขาตนเองได้
เช่นเคย............เห็นต่างแต่ไม่แตกแยก ขอแยกกันอยู่กับพวกคนโกงอย่างเดียว
website พรรคประชาธิปัตย์
..เหอๆ
...เฮ่ออออ
ฟังนโยบายคูปองของพปช.แล้ว นึกถึง
หลักการ"ประชานิยม"แบบสุดๆ ที่ประเทศชาติ
ไม่ได้อะไรแถมเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหาย
(เหมือนนโยบายอื่นๆๆๆ)อีกด้วย
บทความนี้ได้ชี้หลักในการคิดมาให้ แยกเป็นข้อๆ
ดีจังเลยค่ะ(สอนให้คิด..สมกับที่เป็นอาจารย์
เราอยากให้คนได้อ่านกันเยอะๆ จะได้รับแนวทาง
ในการหัด"คิด"ด้วยเหตุและผล ไม่ใช่เป็นการมา
ชี้นำแบบเลือกข้างแล้วลากถูกันไป
จะเป็นกำลังใจให้ต่อไปค่ะ
#1 By SiLLY OLD WaeW on 2008-06-20 17:58