หายหน้าไปนาน เนื่องจากติดภาระกิจไปเยี่ยมพี่น้องประชาชนที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้
กลับมาก็วุ่นเรื่องอภิปรายงบประมาณและไม่ไว้วางใจรัฐบาล คืนนื้มีเวลาว่างและไม่เหนื่อย
มากถึงขั้นคอพับไปก่อน จึงอยากจะเล่าเรื่องที่เปิดโอกาสให้ผู้อ่านร่วมแสดงความคิดเห็น


ฝากรูปจาก ใต้ให้ดู เดี๋ยวไม่เชื่อว่าไปมาจริง
.........

......001
..................ขอถ่ายกับรั้วของชาติ 
................
(ทำไมให้ยิ้มอยู่คนเดียว)


ตอนแรกตั้งใจจะเล่าถึงสิ่งที่ได้พบจาก3จังหวัด 
แต่เปลี่ยนใจ ขอพูดถึงเรื่องคูปองแก้จนก่อนแล้วกัน
...................................


ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา  ครม.ได้มีมติเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอยู่
หลายเรื่อง แต่เรื่องที่ได้รับความสนใจอย่างยิ่งดูเหมือนจะเป็นการออกคูปองแก้จน
คูปองแก้จนที่กระทรวงการคลังเสนอเพื่อเป็นมาตรการในการแก้ปัญหาวิกฤต
ค่าครองชีพแก่คนจน ถ้าทำอย่างรอบคอบและสุจริตใจจริงๆ  ก็น่าที่จะสามารถช่วย
บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายได้บ้าง  ถ้าเดือนละ400บาท ก็พอจะได้ข้าวสาร 2 ถุง น้ำมันพืช
2 ขวด และน้ำปลา 1 ขวด หรือไม่ก็บัตรเติมเงินโทรศัพท์  บุหรี่สัก 2-3 ซองพ่วงด้วย
Lottery แต่ที่แน่ๆคะแนนเสียงที่จะได้แก่พรรครัฐบาล

คำถามจึงเกิดขึ้นว่ามาตรการนี้จะช่วยคนจนได้จริงหรือ  แม้กระทั่งอดีตคนในพรรค
ไทยรักไทยยังเอ่ยปากว่า เหมือนฝิ่นที่ให้แก่ประชาชน  สงสัยจะพูดจาก
ประสบการณ์ที่ได้รับจากรัฐบาลเก่าในการดำเนินโครงการประชานิยม ที่ภายนอกดูดี
แต่เมื่อปฏิบัติจริงก็เพียงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
 

หลายคนอาจคิดว่า ความเห็นของพรรคประชาธิปัตย์ยังไงก็ให้ต้องตรงข้ามกับ
รัฐบาลเสมอ เรียกว่าเอาแต่ค้านและติคนอื่นไว้ก่อน  งั้นลองฟังมุมมองของเรา
แล้วใช้ดุลพินิจตัดสินใจว่าอะไรควรไม่ควรอย่างไร



....002
.............................ดูงานที่หมู่บ้านแม่หม้าย 'รอตันบารู'


.....................คูปองแก้จนไม่ใช่เรื่องใหม่  ใช้กันมากในประเทศยากจน เช่นอียิปต์
ศรีลังกา จาไมก้า เม๊กซิโก แม้กระทั่งสหรัฐอเมริกาก็มี 
พรรคประชาธิปัตย์เองได้เสนอ
มาตรการนี้แก่รัฐบาลไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว นั่นหมายความว่าโดยหลักการแล้วพรรค
เห็นด้วย แต่ต้องให้นโยบายและแนวทางในการปฏิบัติมีความชัดเจนและรอบคอบ และ
ที่สำคัญ ท่านนายกรัฐมนตรีเงาได้เน้นย้ำว่า มาตรการนี้ควรเป็นเพียงส่วนหนึ่งของแนว
ทางการช่วยเหลือคนจนซึ่งต้องเป็นการดำเนินการในระยะยาวที่มีเป้าประสงค์สุดท้าย
คือให้คนจนยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยรัฐบาลคอยให้การดูแลช่วยเหลือผู้ที่ไม่สามารถ
ช่วยเหลือตัวเองได้



เพื่อกระตุ้นต่อมความคิด ลองคิดตามคำถามต่อไปนี้กันเถอะ

  1. ทำไมรัฐมนตรีสุรพงษ์ สืบวงลีจึงให้เวลาแก่มาตรการนี้เพียงแค่ 6-12 เดือนเท่านั้น?
    .......คงเห็นว่าพอขึ้นเดือนที่13 คนจนที่ได้รับคูปองจะไม่จนอีกแล้ว หรือ เป็นระยะ
    เวลาที่เพียงพอต่อการสร้างผลประโยชน์ทางการเมือง

  2. หากใช้เส้นแบ่งความยากจนเป็นเกณฑ์ (คือตอนนี้ยังไม่รู้ว่ารัฐบาลจะใช้เกณฑ์อะไร
    แน่ ) คาดว่าจะมีจำนวนคนจนอยู่ที่ 6 ล้านซึ่งครอบคลุมผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยติดเชื้อ
    และผู้พิการ  สมมติตามที่รมต.คลังเกริ่นไว้ จะให้คนละ 400 บาทต่อเดือน ถ้ามี
    6 ล้านคน เดือนหนึ่งก็ 2.4 พันล้าน ปีหนึ่งก็............(คูณเอาเองแล้วกัน) เตรียมเงิน
    ไว้แล้วหรือยัง ที่แน่ๆคูปองนี้ไม่ได้สร้างผลอะไรในระยะยาว

  3. ในจำนวน 6 ล้านคนนี้ ประกอบด้วยผู้ที่ต้องการมีงานทำแต่ขาดทักษะและ/หรือ
    โอกาส รัฐบาลเตรียมแผนการสร้างโอกาสให้คนเหล่านี้แล้วหรือยัง ? ประชาธิปัตย์
    เห็นว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลต้องมีระบบและกลไกที่จะให้การช่วยเหลือในเรื่อง
    การเพิ่มทักษะและจัดหางานให้คนกลุ่มนี้เพื่อให้สามารถยืนอยู่บนขาตนเองได้ 

  4. อดีตที่มีการเปิดให้ลงทะเบียนคนจนในสมัยรัฐบาลทักษิณ ตอนนี้ทำอะไรไปถึงไหน
    แล้ว   คนจน8 ล้านคนรอคำตอบอยู่ว่าอยากจะรู้มีใครบ้างที่จนไปทำไม??????????
    ถ้ารู้แล้วไม่ทำอะไร   เขาจะได้คูปองนี้ด้วยไหม

  5. หน้าตาคูปองเป็นอย่างไร ? ท่านรัฐมนตรี บอกว่าจะใช้ บัตรประจำตัวประชาชน
    smart card ไม่ใช้คูปองกระดาษ........อืม.......(คุณมีแล้วหรือยัง)  แล้ว มีคนจน
    กี่คนที่มีบัตรแบบ smart card  และที่ว่า smart นั้น IQ เท่าไร  รูดปื้ดได้เลยหรือ
    และมีจุดแลกของหรือร้านโชห่วยที่พร้อมต่อความฉลาดของ smart card ทั่ว
    ประเทศเชียวงั้นเชียว

  6. คูปองซื้อสินค้าอะไรได้บ้าง? ซื้อบุหรี่ ยาดองเหล้า มันฝรั่งทอด น้ำอัดลม ได้ไหม
    หรือจำกัดวงแค่สินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเช่น ข้าว นม แป้ง น้ำมันพืช

.........003
...............รับทราบปัญหาจากปากคุณลุงคุณป้าชาวชุมชนวันลำภู นราธิวาส



แนวทางการแจกคูปองของพรรคประชาธิปัตย์ เราเคยเสนอว่าตั้งแต่ช่วงต้นๆที่ข้าวราคาสูง
ให้รัฐบาลเอาข้าวในสต๊อกมาขายในราคาถูก กำไรที่รัฐบาลได้ให้มาทำเป็นคูปองซื้อปุ๋ย
ราคาถูกช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร  เพราะปุ๋ยเป็นต้นทุนหลักในการผลิต นอกจากนั้นเรายัง
ได้เสนอให้รัฐบาลแจกเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้และไม่มีลูกหลานดูแล เพราะผู้
สูงอายุไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จะไปทำงานที่ไหน เดินทางก็แทบจะไม่ไหว หากรัฐ
ไม่ช่วยแล้วใครจะช่วย ในขณะเดียวกัน กรมการจัดหางานและกรมพัฒนาฝีมือแรงงานต้อง
เข้ามาดูแลประชาชนในวัยแรงงานที่ไม่มีงานทำ มิฉะนั้นคนเหล่านี้จะต้องเป็นคนที่จนตลอด
ไป และไม่มีวันที่จะยืนด้วยขาตนเองได้

เช่นเคย............เห็นต่างแต่ไม่แตกแยก  ขอแยกกันอยู่กับพวกคนโกงอย่างเดียว


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เห็นด้วยกับอาจารย์ค่ะ

ฟังนโยบายคูปองของพปช.แล้ว นึกถึง
หลักการ"ประชานิยม"แบบสุดๆ ที่ประเทศชาติ
ไม่ได้อะไรแถมเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหาย
(เหมือนนโยบายอื่นๆๆๆ)อีกด้วย

บทความนี้ได้ชี้หลักในการคิดมาให้ แยกเป็นข้อๆ
ดีจังเลยค่ะ(สอนให้คิด..สมกับที่เป็นอาจารย์confused smile)
เราอยากให้คนได้อ่านกันเยอะๆ จะได้รับแนวทาง
ในการหัด"คิด"ด้วยเหตุและผล ไม่ใช่เป็นการมา
ชี้นำแบบเลือกข้างแล้วลากถูกันไป

จะเป็นกำลังใจให้ต่อไปค่ะbig smile Hot!

#1 By SiLLY OLD WaeW on 2008-06-20 17:58

....ไม่มัดมือมัดตีน! แล้วป้อนข้าวป้อนน้ำ
....ให้ประชาชนเป็นง่อยให้หมดประเทศเลยละ!....สวะจริงๆ!
....เกิดเป็นคนต้องอยู่ด้วยลำแข้ง....ไม่ใช่งอมืองอตีนให้คนอื่นช่วย
....ผู้นำที่ทำให้ประชาชนอ่อนแอ....เป็นผู้เนรคุณต่อประเทศโดยแท้....
....สันขวาน!
'block cool!' Hot!

#2 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-06-20 18:31

นโยบายต่างๆ มักจะดูดีเสมอแหละครับ
สำคัญจริงๆ คือ คุณทำอย่างที่คุณพูดหรือเปล่า คุณตั้งใจทำมันไหม? คุณจริงใจที่จะทำเพื่อประเทศชาติไหม?
คุณตั้งใจทำเพื่อคนอื่นที่ไม่ใช่ครอบครัวคุณไหม?
ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเมื่อห้าสิบหกสิบปีที่แล้ว สำคัญคือ ได้ทำมันหรือเปล่า?
นโยบายล้วนสวยหรู ทำเพื่อประชาชน....

#3 By berserkrabbit on 2008-06-20 19:10

ก่อนอื่น ขอแซวนิดนึงครับว่ารูปลงใต้กับเนื้อเรื่องคูปองแก้จนดูไม่ค่อยจะเข้ากันเท่าไหร่นะเนี่ย อิๆbig smile

และรูปที่ถ่ายคู่กับทหารเนี่ย..ไม่ค่อยเลยนะคร้าบบquestion



เรื่องคูปองแก้จนเหมือนเป็นคูปองซื้อเสียงล่วงหน้าออกโดยพรรครัฐบาลผ่านการใช้ช่องนโยบายที่ยากจะเอาผิดตามกฎหมายsad smile

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะรัฐบาลชุดนี้รู้ชะตาตัวเองแล้วรึเปล่าว่าจะอยู่ได้ไม่นาน เลยกลายมายึดสโลแกนที่ว่า..ทุกนาทีมีค่าถ้าตั้งหน้ากอบโกย..เหอๆ


เป็นธรรมดาของฝ่ายที่ได้เป็น"รัฐบาล"ไม่ว่าจะพรรคใด ก็มีงบประมาณและกลไกเจ้าหน้าที่ภาครัฐอยู่ในมือ ให้พร้อมใช้งานมาสร้างสารพัดนโยบายหลอกตาชาวบ้านตาดำๆ ที่เหมือนจะช่วยแก้โรค"ทรัพย์จาง"หรือ"จนเรื้อรัง"ให้บรรเทา พอเอาเข้าจริงก็แค่เลี้ยงไข้หลอกให้ใจชื้น

เพราะเป้าหมายแอบแฝงของนักการเมืองพวกนี้ คือ การโกยคะแนนนิยมจากประชาชนผู้มีอำนาจตามระบอบประชาธิปไตยแค่ 4 วินาทีที่จะช่วยเปิดประตูให้คนพวกนี้กลับเข้าสู่เก้าอี้แล้วกอบโกยไม่มีที่สิ้นสุด


...ดูแล้วน่าอนาถใจยิ่งนักangry smile...เฮ่ออออsad smile


เอ..หรือนี่เป็นกรรมของประชาชนชาวสยาม

#4 By Shooter No.9 (202.149.99.199) on 2008-06-22 20:24

เป็นแฟนของปชป.มาหลายปี จะบอกว่าคุณกานต์ ( ขออนุญาตเรียกชื่อเล่นนะครับ ) น่ารักจังเลย ชอบๆ

#5 By spiceboy (58.8.119.148) on 2008-06-25 01:22

อ้าว อาจารย์ทำไม ไม่เห็นอภิปรายในสภาเลยครับ
หรือว่าโดนลัดคิว
เเฟน ปชป.

#6 By han (124.120.233.85) on 2008-06-28 15:54


เป็นกำลังใจให้คุณกานต์นะคะ

ติดตามอุดมการณ์และผลงานของคุณเสมอ

ป.ล. เห็นต่างไม่ต่างยังไม่สำคัญเท่ากับ..การรู้จัก ผิด ชอบ ชั่ว ดี

ยังคงยืนอยู่ข้างความถูกต้องเสมอ


#7 By ตะลุมพุก (125.25.208.95) on 2008-07-01 14:51

เพิ่งมีโอกาสเข้ามาอ่านบลอคของอาจารย์เป็นครั้งแรก อยากจะบอกว่าโครงการนี้น่าจะเรียกว่าเป็นโครงการ"ประชาไม่นิยม" ค่ะ มันแก้ปัญหาได้แค่ไหนกันเชียว ชอบยื่นปลาตายให้ชาวบ้านกันนัก ต้องสอนให้ชาวบ้านหาปลาสิคะ มันถึงจะยั่งยืน

#8 By ปราง (210.213.25.110) on 2008-07-04 16:05