Photobucket

      พรรคประชาธิปัตย์ได้ชื่อว่าเป็นพรรคที่มีอายุยาวนานในประวัติศาสตร์การเมืองไทยเช่นเดียวกับสิ่งหนึ่งที่พรรคนี้เขาทำมายาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ.2512 คือ “กิจกรรมยุวประชาธิปัตย์” อย่างไรก็ดี  ถ้ามิใช่คอการเมืองตัวจริงเสียงจริง  จะมีสักกี่คนที่รู้จักกิจกรรมนี้หรือถึงจะรู้จักก็มักจะนึกถึงภาพของการจัดกิจกรรม  ประชุม  รวมกลุ่มที่โบราณคร่ำครึ  โดยในอดีตมีบุคคลสำคัญเข้าร่วมเป็นสมาชิกยุวประชาธิปัตย์  เช่น นายหัวชวน  หลีกภัย  อดีตนายกฯ  ที่เป็นรุ่นแรก  หรืออดีตนายกฯ สมัคร สุนทรเวช  ก็เคยเป็นยุวประชาธิปัตย์กับเขาด้วย! 


       แต่วันนี้พรรคประชาธิปัตย์  กำลังพยายามที่จะ “รีแบรนดิ้งยุวประชาธิปัตย์” อีกครั้ง  ปรับลุคส์ให้กลายเป็น  “ยุวประชาธิปัตย์อินเทรนด์” กับ 2 รูปธรรมที่เกิดขึ้น


      หนึ่ง คือ มีหัวหน้าแก๊ง หรือผู้อำนวยการยุวประชาธิปัตย์  เป็นสาวหน้าใส  วัยกำลังเหมาะ  อย่าง ดร.รัชดา ธนาดิเรก  ส.ส. กรุงเทพฯ


      สอง คือ งานช้างประเดิมบทบาทผอ.เด็ก คอการเมือง ด้วยกิจกรรม Question Mark Day  ที่จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา  ณ  ห้างดังใจกลางเมือง Central World Plaza ที่เจ้าตัวบอกว่า “ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม”

Photobucket   

   “....ถือว่าประสบความสำเร็จมาก  แต่ว่านั่นมันเป็นเพียงแค่การเปิดตัว  ไม่ได้เป็นตั้วชี้วัดว่า  ยุวประชาธิปัตย์จะเป็นไปอย่างที่เราตั้งใจหรือเปล่า  งานที่ยากกว่ามากๆ ก็คือ  จะทำยังไงให้มันเกิดขึ้นตามวัตถุประสงค์ที่เราตั้งไว้ ” 

      เป็นความเห็นของส.ส.ดร.รัชดา  ธนาดิเรก  ที่มีต่อ เนชั่นสุดสัปดาห์ เกี่ยวกับกิจกรรมยุวประชาธิปัตย์  ที่นับวันเวลาก็เพียงเดือนกว่าๆ  ของการรับหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่ม หรือ “สำนักกิจการเยาวชน” หรือที่เจ้าตัวชอบเรียกว่าเป็น ผอ.ยุวประชาธิปัตย์


     แต่ก่อนจะไปว่าถึงความตั้งใจหลังจากนี้  ดังที่ ส.ส.สาวสวยออกตัวว่า “ยากยิ่ง” ลองมาดูกันว่า ความเปลี่ยนแปลงของยุวประชาธิปัตย์ข้อแรกคือ การได้ดอกเตอร์วัยเพียง 34 ไปหมาดๆ เมื่อ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา  มาช่วยเพิ่มสีสันภาพลักษณ์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ใส่ใจการเมืองนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร


      ข้อนี้  เจ้าตัวเหมือนจะแบ่งรับแบ่งสู้ว่า ที่จริงกิจกรรมยุวประชาธิปัตย์  ทางพรรคเองได้ให้ความสำคัญมาตลอด โดยเฉพาะเมื่อปี 2548 ก็ได้คนรุ่นใหม่อย่าง ม.ล.อภิมงคล โสณกุล  เข้ามาดูแล  ซึ่งถือเป็นการปรับลุคส์ไปแล้วในระดับหนึ่ง  อย่างไรก็ดี ด้วยเหตุที่ว่ากลุ่มยังขาดความพร้อมในหลายด้าน  ทั้งทีมงาน  และงบประมาณ  ทำให้กิจกรรมกลุ่มยังไม่ได้รับการพูดถึงมากนัก


      จนกระทั่ง  เมื่อทางพรรคเริ่มมีความพร้อมมากขึ้น  ทั้งการได้เป็นรัฐบาลพรรคร่วม  ยุวประชาธิปัตย์จึงได้ฤกษ์ปัดฝุ่น โดยมี ดร.รัชดา เป็นตัวเลือกที่จะมารับหน้าที่เป็นผู้ดูแล

      “พรรคเห็นว่าเราเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ แม้ว่าจะห่างจากวัยรุ่นกลุ่มเป้าหมายเยอะสิบกว่าปีก็ตาม (หัวเราะ) ก็ยินดี  เพราะถือว่าหน้าที่การให้ความรู้เรื่องการเมือง  ก็เป็นหน้าที่ของเราด้วย ” โดยมีทีมสตาฟฟ์เป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงพร้อมพรั่งกว่า 10 ชีวิต  ซึ่งส่วนหนึ่งก็เคยเป็นยุวประชาธิปัตย์  ส่วนหนึ่งเป็นสตาฟฟ์ที่เป็นบุคลากรประจำช่วยงานพรรคอยู่แล้ว 

       ที่สุดรูปธรรมของการรีแบนด์ยุวประชาธิปัตย์  จึงเกิดขึ้นในยุคของ ผอ. คนสวยหลายอย่าง  โดยนอกจากกลุ่มจะมีโลโก้ยุวประชาธิปัตย์  มีเพลงประจำกลุ่มที่เป็นรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว งาน Question Mark Day   ก็ตอบโจทย์ข้อนี้ได้ดี กับทั้งยังเป็นงานประเดิมบทบาทหน้าที่ ผอ.กลุ่ม ของ ดร.รัชดา ที่เจ้าตัวให้ความหมายว่าเป็น “มากกว่า” กิจกรรมๆหนึ่ง หากแต่เป็นการ “ชุบชีวิต” ให้กับยุว ปชป. เลยก็ว่าได้!

 

Photobucket 

    เป็นงานประเดิมค่ะ  คุยกับน้องทีมงานว่าอยากจะทำอะไรที่คล้าย ชุบชีวิตให้กับกิจกรรมยุวประชาธิปัตย์  เพราะเรามีมานาน  แต่คนทั่วไปก็ไม่รู้จัก  เพราะฉะนั้น  ถ้าทำไปแนวเดิมๆมันก็เหนื่อยฟรี  แต่ว่าถ้าเราเปิดตัวไหม้ยิ่งใหญ่  ให้คนทั่วไปรู้จักอย่างน้อยก็บอกกล่าวถึงจุดประสงค์ว่าเราให้ความสำคัญกับเยาวชน”

    ภายใต้แนวคิดการชุบชีวิต  งานนี้จึงมีการเตรียมงานอย่างเต็มลูกสูบ  ทั้งยังมีการจ้างทีมงานมืออาชีพจากนิตยสารอะเดย์ มาดูแลในส่วนของอีเวนท์  โดยมีรูปแบบของงานคือ เปิดโอกาสให้วัยรุ่นไทย  ส่งคำถามด้วยวิธีการ SMS ไปที่ 421921  จากนั้นก็คัดลอกคำถามที่โดนใจ  มาถามนายกอภิสิทธิ์แบบสดๆ ในงาน Question Mark Day   ซึ่งจัดขึ้นที่เซ็นทรัลเวิลด์ พลาซ่า  นอกเหนือจากนี้ยังมีปาร์ตี้และมินิคอนเสริ์ต  จาก Monotone The Richman Toy และ จุ๋ย จุ๋ยส์

    “น้องๆ ในทีมงานเขาคิดขึ้นมาว่า นายกฯชื่อเล่นชื่อมาร์ค  ทำยังไงที่จะให้คนรู้จักความเป็นตัวตนของนายกฯ เป็นคนขี้เล่น  ทำยังไงให้เขาได้รู้จักตรงนี้  ก็เออ  ให้ได้พูดให้ได้ซักถามค่ะ”  คำถามในงานวันนั้น  เป็นคำถามที่ทีงานคัดเลือกมา 5 คำถาม  จากคำถาม SMS ที่ส่งเข้ามาจำนวนมาก  ดังคำถามหนึ่งที่ได้รับความสนใจคือ  นายกฯ อยากจะเป็นฮีโร่ตัวไหน  และคำตอบคือ ไม่อยากเป็น  เพราะไม่มีฮีโร่ จะต้องมีตัวเรา

Photobucket

    “ท่านจะบอกให้เด็กคิดด้วยว่า ฮีโร่มันก็คือความฝัน ในความเป็นจริงเราก็ต้องยึดมั่นในศักยภาพของเราเอง  เราจะไปฝันว่าเราจะเป็นผู้วิเศษคนโน้นคนนี้ไม่ได้”

   ถามว่าทำไมต้องจัดงานใหญ่โตขนาดนี้  นอกจากที่ ดร.รัชดา  บอกว่าเพื่อได้ผล “ทำทีดีเดียวเปรี้ยงเลย” การจัดงานลักษณะนี้ยังเพื่อดึงดูเยาวชนให้หันมา  สนใจการเมืองมากขึ้น  เพราะ ดร.รัชดา  มองว่า  วัยรุ่นปัจจุบันนี้มองการเมืองเป็นเรื่องน่าเบื่อ  


    “ชีวิตเขาวุ่นวายหลายๆ อย่างมากแล้ว เขามองการเมืองเป็นเรื่องที่ดูน่าเบื่อ เป็นเรื่องผลประโยชน์  แล้วก็เห็นนักการเมืองเป็นบุคคลอันตราย  เพราะว่าทุกครั้งที่ได้รับรู้ข่าวสาร  ก็มีแต่เรื่องไม่น่าประทับใจเท่าไหร่”

     ที่สุด  นอกจากงานสัญจรไปตามจังหวัดต่างๆ  เพื่อพบกับเยาวชน  ซึ่งเป็นงานประจำของยุวประชาธิปัตย์แล้ว  งาน Question Mark Day   ก็ถือเป็นอีกก้าวที่เข้มข้นขึ้น  ขณะที่ยังมีงานอื่นที่จะผลักดันต่อไป  เช่น  การประกวดมิวสิควีดีโอเพลงประจำกลุ่ม  การรื้อฟื้นกิจกรรมการประกวดสุนทรพจน์  และอีกหลายๆงานที่น่าจะมีทิศทางที่ชัดเจนกว่าแต่ก่อน  แม้ว่างบประมาณบางส่วนนอกจากเงินสนับสนุนจากพรรค  หรือการขอเงินสนับสนุนจากคนทั่วไปแล้ว  ยังต้องรองบสนับสนุนกิจกรรมทางการเมืองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)อีกด้วย
 

Photobucket 

     อย่างไรก็ดี ดังที่ได้กล่าวมาข้างต้นว่า  ถึงแม้งานนี้จะประสบความสำเร็จ  แต่สิ่งสำคัญและยากยิ่งกว่าที่อรอยู่ข้างหน้าท้าทายให้  ผอ.ยุวประชาธิปัตย์คนสวยต้องฟันฝ่าคือ  การเดินหน้าให้เกิดประสิทธิผลตามวัตถุประสงค์ของกลุ่ม

     “คำว่า ยุวประชาธิปัตย์จะต้องติดหูคนในสังคมทั่วๆไป  ต้องเริ่มตั้งแต่ คอนเซปต์ 3 อย่าง คือ หนึ่ง-ต้องสื่อสารให้เยาวชนเห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องสำคัญ  อันที่สอง-การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนเป้นสิ่งสำคัญมาก  แล้วส่วนที่สาม-คือ เยาวชนจะต้องมีส่วนร่วมซะตั้งแต่ตอนนี้ไม่ต้องรอถึงวันที่เขามีสิทธิเลือกตั้ง  ไม่ต้องรอถึงวันที่เข้าเป็นผู้ใหญ่”

      และเหนือกว่าอะไรทั้งหมดคือ โดยไม่ต้องเป็นยุวประชาธิปัตย์  ขอเพียงเยาวชนคนไทยหันมาใส่ใจข่าวสารบ้านเมือง ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับอนาคตของชาติ
 

     “ไม่ต้องรอให้ 18 ขอวันละ 10 นาที อ่านหนังสือการเมือง  ข่าวสังคม ร็ว่ามันเกิดอะไรขึ้นรอบตัวเอง  แล้วคิดว่าถ้าเป็นเรา  เราจะทำอะไร  เราจะช่วยอะไรสังคมบ้าง  มองเผื่อคนอื่นบ้าง  อย่ามองแต่เรื่องการดำเนินชีวิตของตัวเอง  โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นยุวประชาธิปัตย์  ไม่จำเป็นเลยค่ะ”


ขอขอบคุณ
เนชั่นสุดสัปดาห์  ฉบับที่ 899  วันที่ 21  สิงหาคม 2552 หน้า 22-23.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณครับ cry Hot!
อย่าลืมดูเเลตัวเองนะครับ พี่ ดร ผมติดตามอยู่ครับจากทุกสื่อเลย ไม่ว่า tweet Facebook เเล้วอีกที่ ก็ที่นี่ครับ


อย่าลืมนะครับ หากเราเป็นอะไรไป ยังมีคนที่เค้าเเย่อยู่เเล้วจะเเย่กว่าเดิม
ดูเเลตัวเองด้วยครับ
ทั้งสุขภาพเเละหน้าตาครับ



ขอเป็นอีกกำลังใจให้พี่นะครับ

อ้อ ช่วงนี้กำลังปล่อยความคิดดีๆ ในการช่วย ปชป เพิ่มฐานเสียงครับ ค่อยเป็นค่อยไป
วันหลังจะเขียนให้ทมราบนะครับว่า

เกี่ยวกับเรื่องจิตวิทยาของยี่ปุ่นที ทำให้เกิดการจดจำติดตา เป็นกลุยุทธืในการหาเสียง ให้ได้คะเเนนจากหน่วยเลือกตั้งครับ

#2 By Hoshi_PuPu on 2009-08-29 16:27

Excellent!!surprised smile

ทำงานเยอะ...ดูแลสุขภาพด้วยนะคร้าบbig smile

#3 By Shooter No.9 (61.19.228.46) on 2009-08-31 19:35

ยินดีด้วยสำหรับกิจกรรมนะค่ะ ช่วยกันปลูกฝังทัศนคติเพื่อสังคมให้เด็กๆตั้งแต่วันนี้ เป็นสิ่งประเสริฐสุดที่จะช่วยประเทศแล้วค่ะ
วันนี้ ได้อ่านหนังสือธรรมะเล่มหนึ่งชื่อ ชวนม่วนชื่น โดยพระอาจารย์พรหม และมีเรื่องดีๆอยากฝากเป็นคติให้กับรัฐบาล เลยส่งผ่านมาทางนี้ค่ะ อยากให้อาจารย์ช่วย forward ไปให้ผู้ที่มีส่วนตัดสินใจแก้ปัญหาไฟใต้ทั้งหลายนะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
วิธีการระงับการต่อต้านการปกครอง
เมื่อเราตระหนักว่าไม่มีที่ไหนให้ไปอีกแล้ว เราก็จะหันหน้ามาเผชิญกับปัญหาแทนที่จะวิ่งหนีมัน ปัญหาส่วนมากมักมีทางออกที่เราไม่สามารถจะมองเห็นได้หากเรากำลังวิ่งไปในทิศทางอื่นๆ เมื่อมนุษย์ในโลกของเรานี้ต้องอยู่ใกล้กันกับผู้อื่นเข้าไปทุกทีๆเราจึงจำเป็นจะต้องหาวิธีแก้ปัญหาให้กับปัญหาต่างๆของเรา เพราะไม่มีที่ที่จะให้เราหนีปัญหาไปได้ พูดง่ายๆเราไม่สามารถรับความขัดแย้งหนักๆได้อีกต่อไป
เมื่อเกือบสามสิบปีก่อน อาตมามีประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับวิธีการที่รัฐบาลของประเทศหนึ่งใช้เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการณ์สำคัญที่คุกคามระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยของชาติ
เมื่อปี พ.ศ. 2518 ประเทศเวียดนามใต้ ลาว และเขมร ตกเป็นของคอมมิวนิสต์ภายในเวลาห่างกันไม่กี่วัน มหาอำนาจตะวันตกคาดการณ์ตาม ทฤษฎีโดมิโน ว่าไทยคงต้องตกเป็นของคอมมิวนิสต์ด้วยในไม่ช้า ในช่วงเวลานั้น อาตมายังเป็นพระผู้น้อยอยู่ทางกภาคอีสานของไทย ันที่อาตมาอาศัยอยู่เป็นประจำอยู่ใกล้เมืองฮานอยมากกว่าใกล้กรุงเทพฯสักสองเท่าได้ พวกเราได้รับแจ้งใหลงทะเบียนชื่อไว้ที่สถานทูตของเรา และแผนการอพยพก็ได้รับการตระเตรียม รัฐบาลตะวันตกส่วนใหญ่รู้สึกประหลาดใจที่ประเทศไทยไม่ได้ถูกโค่นลงไปด้วย
หลวงพ่อชาในขณะนั้นเป็นพระที่มีชื่อเสียง บรรดานายทหารระดับสูงตลอดจนข้าราชการชั้นผ้ใหญ่ของรัฐบาล พากันเดินทางมากราบท่านที่วัดเพื่อขอกำลังใจและคำเแนะนำจากท่าน ภาษาไทยของอาตมกตอนนั้น คล่องแล้ว แถมภาษาลาวก็พอไหว อาตมาจึงได้รับทราบข้อมูลวงในถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ทหารและฝ่ายปกครองไม่ได้วิตกกังวลเรื่องกองทัพแดงนอกเขตชายแดนเท่ากับที่วิตกกังวลเรื่องนักเคลื่อนไหวและผู้ฝักใฝ่ลัทธิคอมมิวนิสต์ภายในประเทศ
นิสิตนักศึกษามหาวิทยาลัยชาวไทยที่ฉลาดปราดเปรื่องหลายคน ได้หนีเข้าไปอยู่ในป่าทางภาคอีสานของไทยเพื่อให้การสนับสนุนกองโจรคอมมิวนิสต์ภายในประเทศ อาวุธยุทโธปกรณ์ถูกจัดส่งเข้ามาจากนอกชายแดนรวมถึงการฝึกอบรมด้วย อีกครั้ง บรรดาหมู่บ้านในเขต สีชมพูในภูมิภาคนั้น ก็ยังยินดีจัดส่งอาหารตลอดจนสิ่งจำเป็นอื่นๆให้ พวกเขาได้รับการสนับสนุนจากคนท้องถิ่น นับเป็นการคุกคามที่ดูน่าวิตกยิ่ง
ทั้งทหารและฝ่ายปกครองหาทางแก้ไขปัญหาโดยใช้กลยุทธ์ 3 อย่างดังต่อไปนี้

#4 By South gal (202.57.179.197) on 2009-09-05 10:45

1. การอดกลั้น
ฝ่ายทหารไม่ได้โจมตีฐานที่มั่นของพวกคอมมิวนิสต์แม้ว่าทหารทุกคนจะรู้ดีว่ามันอยู่ที่ไหนบ้าง ขณะที่อาตมากำลังใช้ชีวิตเป็นพระธุดงค์ ระหว่างพ.ศ. 2522-2523 แสวงหาที่วิเวกตามภูเขาและป่าเพื่อปฏิบัติภาวนา อาตมาได้พบหน่วยลาดตระเวนของกองทัพไทยโดยบังเอิญ พวกเขาได้ให้คำแนะนำอาตมา เขาชี้ไปที่ภูเขาลูกหนึ่งแล้วบอกอาตมาว่า จงอย่าได้ไปที่นั่นมีพวกคอมมิวนิสต์อยู่ตรงนั้น แล้วเขาก็ชี้ไปที่ภูเขาอีกลูกหนึ่งและบอกอาตมาว่า บริเวณนั้นน่ะเป็นที่ที่เหมาะสำหรับการภาวนา ไม่มีคอมมิวนิสต์อยู่ที่นั่น อาตมาต้องสนใจฟังคำแนะนำของพวกเขาเพราะได้ยินมาว่าในปีนั้นพวกคอมมิวนิสต์ได้จับพระธุดงค์ที่กำลังปฏิบัติภาวนาอยู่ในป่าทรมานแล้วฆ่าเสียหลาองค์

#5 By South gal (202.57.179.197) on 2009-09-05 10:57

2. การให้อภัย
ได้มีการนิรโทษกรรมอย่างไม่มีเงื่อนไขตลอดช่วงเวลาอันตรายนี้ เมื่อใดก็ตามที่กผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์คนใดคนหนึ่งต้องการกลับใจ เขาก็สามารถปลดอาวุธของเขาแล้วกลับเข้าไปในหมู่บ้าน หรือในมหาวิทยาลัยได้สบายๆ เขาอาจจะต้องถูกควบคุมดูแลบ้าง แต่จะไม่ได้รับการลงโทษใดๆเลย อาตมาไปถึงหมู่บ้านหนึ่งในเขตตำบลเขาวง เพียงสองสามเดือนหลังจากที่พวกคอมมิวนติส์ได้ซุ่มโจมตีรถจี๊ปคันใหญ่ที่นอกหมู่บ้านและฆ่าทหารไทยที่นั่งมาเต็มคันรถทิ้ง พวกหนุ่มๆในหมู่บ้านส่วนใหญ่รู้เห็นเป็นใจกับทหารคอมมิวนิสต์เพียงแต่ไม่ได้ลงมือกระทำการต่อสู้เท่านั้น เขาบอกอาตมาว่าเขาเพียงแค่โดยข่มขู่และรบกวน แต่ก็ได้รับอนุญาตให้ไปไหนมาไหนได้โดยเสรี

#6 By South gal (202.57.179.197) on 2009-09-05 11:02

ครั้งหนึ่งทหารพรานของรัฐบาลไทยที่ลาดตระเวนในป่าบอกอาตมาว่า “เราไม่มีความจำเป็นต้องยิงพวกคอมมิวนิสต์หรอก พวกเขาก็เป็นคนไทยด้วยกันนี่แหละ เวลาเราเจอเขาลงมาจากภูเขาหรือเข้าไปในหมู่บ้าน เพื่อจะไปเอาของกินของใช้ แล้วเราทุกคนก็รู้ว่าเขาเป็นใคร ผมก็แค่อวดนาฬิกาข้อมือใหม่หรือไม่ก็ให้เขาฟังเพลงไทยจากวิทยุใหม่ของผม เพียงแค่นั้นเขาก็เลิกเป็นคอมมิวนิสต์แล้วล่ะ”
นั่นเป็นประสบการณ์ของเขาและเพื่อนๆทหารของเขาด้วย
พวกคอมมิวนิสต์ไทยเริ่มต่อต้านการปกครองด้วยความโกรธเคืองรัฐบาลไทย ถึงขนาดที่พร้อมจะสละชีวิตที่ยังเยาว์วัยของเขา แต่ความอดทนอดกลั้นของฝ่ายรัฐบาลได้ช่วยป้องกันไม่ให้ความโกรธของเขาหนักหนาสาหัสขึ้น การให้อภัยด้วยการนิรโทษกรรมทำให้เขามีทางออกที่ทั้งปลอดภัยและไม่เสียศักดิ์ศรี การแก้ไขปัญหาด้วยการพัฒนาต่างๆทำให้ชาวชนบทผู้ยากจนกินดีอยู่ดีขึ้น ชาวชนบทไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องให้การสนับสนุนพวกคอมมิวนิสต์อีกต่อไป เขาพอใจในรัฐบาลที่มีอยู่ และพวกคอมมิวนิสต์เองก็ชักเริ่มลังเลสงสัยว่าพวกเขามาตกระกำลำบากอยู่ในป่าทึบบนภูเขากันทำไม
คนแล้วคนเล่าที่ทิ้งอาวุธปืนแล้วกลับไปหาครอบครัว บ้างกลับเข้าหมู่บ้าน บ้างกลับเขามหาวิทยาลัย ตั้งแต่ประมาณ พ.ศ. 2523 เป็นต้นมา แทบจะไม่มีผู้ต่อต้านการปกครองเหลืออยู่ เมื่อนั้น บรรดานายพลของกองทหารในป่าซึ่งเป็นผู้นำคอมมิวนิสต์ขึงยอมแพ้ อาตมายังจำได้ว่าเคยเห็นบทความสารคดีในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เรื่องนักธุรกิจหัวในคนหนึ่งพานักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าไปในป่าเพื่อเยี่ยมชมถ้ำร้างต่างๆที่ครั้งหนึ่งพวกคอมมิวนิส์เคยอาศัยในระหว่างคุกคามชาติบ้านเมืองของตน
เกิดอะไรขึ้นกับเหล่าหัวหน้าผู้ก่อการต่อต้านการปกครองพวกนั้น? มีการใช้มาตรการนิรโทษกรรมอย่างไม่มีเงื่อนไขกับพวกเขาหรือไม่ ไม่ใช่เพียงเท่านั้นหรอก พวกเขาไม่ได้ถูกลงโทษหรือถูกเนรเทศ หากยังได้รับข้อเสนอให้ดำรงตำแหน่งสำคัญๆในราชการที่ต้องมีความรับผิดชอบ เป็นการยอมรับคุณสมบัติในการเป็นผู้นำของเขา ตลอดจนความสามารถในการปฏิบัติภารกิจที่ยากลำบากและความห่วงใยใส่ใจที่เขามีต่อผู้คนทั้งหลาย ช่าวเป็นการกระทำที่ฉลาดหลักแหลมอะไรเช่นนั้น เรื่องอะไรจะไม่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่กล้าหาญและอุทิศตนเช่นหนุ่มๆเหล่านั้นเล่า
นี่เป็นเรื่องจริงที่อาตมาได้ยินโดยตรงจากเหล่าทหารและชาวบ้านที่ภาคอีสานของไทยในเวลานั้น แล้วยังได้พบเห็นด้วยตาของอาตมาเอง น่าเศร้าที่แทบจะไม่ได้มีการบอกเล่าเรื่องเหล่านี้ให้คนทั่วไปทราบ

#7 By South gal (202.57.179.197) on 2009-09-05 11:28

บ้านที่เเข็งเเรงมาจากฐานที่มั่นคง น่าอยู่ครับ big smile

#8 By pk (124.121.179.195) on 2009-10-01 11:11