รัชดา ธนาดิเรก,ดิน้า,บรรษัทภิบาล,corporate governance

 

HROD TALK ครั้งที่ 19

บรรยายที่นิด้า ในหัวข้อ "Creative Corporate Governance"

วิทยากรอีกท่าน

ผศ.ดร.บุษกร วัชรศรีโรจน์ ผู้อำนวยการหลักสูตรเทคโนโลยีการบริหารภาคพิเศษ

คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์



ถึงจุดเปลี่ยน.. บรรษัทธรรมาภิบาลไทย

      บรรษัทภิบาลเชิงสร้างสรรค์ หมายถึง การที่มีองค์กร หรือหน่วยงานต่างๆ รวมถึงรัฐวิสาหกิจมีธรรมาภิบาลที่สามารถปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงของบริบทภายในและภายนอกได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็ยังสามารถสนับสนุนกลยุทธ์ขององค์กรได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ทั้งนี้เนื่องจากภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นพลวัตตลอดเวลา และเป็นโลกาภิวัตน์ ทำให้ความเสี่ยงที่เกิดในประเทศใดประเทศหนึ่งมีผลกระทบทางใดทางหนึ่งต่อองค์กรในที่สุด

      " Creative Corporate Governance เกิดขึ้นตามนโนบายของรัฐที่ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ หรือ แบบ Creative Economy ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้กับการพัฒนาสินค้าและบริการ โดยนำปัจจัยด้านสุนทรียภาพ และความต้องการของลูกค้ามาใช้และสามารถเชื่อมโยงกับ Corporate Governance ด้วยการประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับการขับเคลื่อนองค์การภายใต้สภาพแวดล้อมที่เป็นพลวัต"

       ทั้งนี้หลักการ Corporate Governance แต่ลำพังเพียงแค่หลักการคงไม่ทำให้เกิดผลใดๆได้ จึงเป็นสิ่งที่น่าติดตามว่ารูปธรรมของการขับเคลื่อนที่ผ่านมาไปได้ไกลมากน้อยเพียงใด มากพอที่จะทำให้ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความมั่นใจว่าผลประโยชน์ของเขาได้รับการดูแล และผู้บริหารขับเคลื่อนองค์กรอย่างถูกทิศทางภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความไม่แน่นอนสูงหรือไม่ การค้นหารูปแบบ Good Corporate Governance ของประเทศใดประเทศหนึ่งเพื่อลอกเลียนคงไม่ถูกต้อง เพราะแต่ละแห่งต่างมีโครงสร้าง ค่านิยมและวัฒนธรรมทางเศรษฐกิจและสังคมที่ต่างกัน

      อย่างไรก็ตาม บรรษัทธรรมาภิบาลของประเทศไทยได้รับความชื่นชมจากต่างชาติมากขึ้น โดยเฉพาะ การเปิดเผยข้อมูลความโปร่งใสมากขึ้น เนื่องจากองค์กรส่วนใหญ่ตระหนักว่าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะนอกจากสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ยังสะท้อนภาพที่องค์การได้กระทำมาว่ามีการบริหาร และการดำเนินการอย่างไร จากเดิมที่มีเพียงข้อมูลแสดงงบดุล หรืองบการเงินเท่านั้น

      "แต่เมื่อมี การพัฒนาก็ได้มีการนำรายงานประจำปีมาใส่ไว้ในเว็บ เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชนภายใต้ของ Good Governance หรือ Corporate Governance สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคุณภาพของคนนั่นเองโดยสรุปคือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ขึ้นอยู่กับบริบทต่างๆภายใต้ความเป็นสังคมนั้นๆที่แตกต่างกันไปในแต่ละสังคม ที่จะมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไป นักการเมือง กลุ่มผลประโยชน์จุดอ่อน CG รัฐวิสาหกิจไทย"

     อย่างไรก็ตาม การเรียนรู้จากที่ต่างๆจะเป็นประโยชน์ในการสร้างกลไกขับเคลื่อนให้หลักการนำไปสู่ผลอย่างมีประสิทธิภาพ และในบริบทประเทศไทยที่นักการเมืองและกลุ่มอำนาจทางเศรษฐกิจมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด จึงต้องตั้งคำถามต่อไปว่าการกำกับดูแลกิจการบริษัทที่หน่วยงานของรัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ (เช่น บริษัทการบินไทย) หรือบริษัทที่เป็นคู่สัญญาของรัฐ (เช่นบริษัทโทรคมนาคม) จะมีประสิทธิภาพในการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายได้อย่างไร

 

 

 

Photobucket

 

 

       "ดังนั้นจุดอ่อนของ Corporate Governance ในประเทศไทยจึงขึ้นอยู่กับองค์กรประเภทรัฐวิสาหกิจที่ยังไม่สามารถบริหาร Corporate Governance ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องมาจากการแทรกแซงทางการเมือง จิตสำนึกจึงมีความสำคัญสำหรับคนที่จะเข้ามาเป็นกรรมการบอร์ดที่ต้องรู้ว่ามาทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นเป็นสำคัญ"

       "สังคมไทยธุรกิจส่วนใหญ่เป็นครอบครัวเครือญาติเป็นผู้ถือหุ้น ทำให้ธรรมาภิบาลของเมืองไทยจึงถูกมองว่าเป็นเพียงขั้นเริ่มต้นยังต้องการพัฒนาอีก ไม่เพียงเพียงเท่านี้ จำเป็นยิ่งที่จะต้องต้องเข้าใจถึงกลไกทั้งหมดของการทำCorporate Governance สามารถแบ่งออกเป็น2 รูปแบบได้แก่ กลไกภายใน (Internal) และ กลไกภายนอก (External)อย่างจริงจัง"

       โดยเฉพาะ กลไกภายใน (Internal) ได้แก่คณะกรรมการบริหารบริษัท หรือ Board of Director เป็นสิ่งที่สำคัญ โดยจะต้องมีความเป็นอิสระ (independent) ไม่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารระดับสูง เพื่ออำนาจการตรวจสอบว่าทำงานโดยโปร่งใสหรือเพื่อผู้ถือหุ้นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากบอร์ดขาดอิสระเป็นเครือข่ายเดียวกันกับฝ่ายผู้บริหาร คงจะทำได้น้อยลง เพราะความเกรงใจ เพราะฉะนั้น ข้อสำคัญคือผู้ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการบริษัทต้องดูว่ามีความเป็นอิสระจากฝ่ายบริหารมากน้อยแค่ไหน ขณะเดียวกัน ควรเป็นคนนอกที่มีชื่อเสียง มีความรู้และความสามารถ เป็นองค์ประกอบสำคัญ

       สำหรับ กลไกภายนอก (External) ได้แก่ เจ้าหนี้ โดยส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการระดมทุนว่าควรจะระดมทุนจากที่ใด เพราะเวลาเป็นหนี้ มักจะมีวินัยในการใช้จ่ายโดยอัตโนมัติ บริษัทที่มีสัดส่วนมาจากการกู้ยืมจะมีการบริหารจัดการที่ดีกว่า ดังเช่น ในญี่ปุ่นจะมีการถือหุ้นไขว้โดยมีธนาคารอยู่ตรงกลาง เพื่อแทรกแซงและป้องกันการนำเงินไปลงทุนที่ไม่คุ้มค่า

       ถ้าประเทศใดไม่นิยมการกู้เงินจากแหล่งเงินทุนก็จะเน้นตลาดหลักทรัพย์ เช่น อเมริกาเป็นต้น ดังนั้นคนที่เป็นเจ้าหนี้นั้นต้องรู้ว่าเรา คือส่วนสำคัญ ประการต่อมา คือ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่รายย่อย โครงสร้างทางเศรษฐกิจทางเอเชียนั้นเป็นแบบกระจุกตัวของผู้ถือหุ้น ปัญหาส่วนใหญ่นั้นคือผู้ถือหุ้นบางคนไม่ใช่ผู้บริหาร จึงเป็นปัญหาว่ารายย่อยอาจถูกเอาเปรียบหรือโกงจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่

        ผลพวงคดียึดทรัพย์ทักษิณ 7.6 หมื่นล้านกรณี ความรับผิดชอบของบอร์ดบริหารที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด ล่าสุดกรณียึดทรัพย์ของทักษิณชินวัตร 76,000 ล้านที่ผ่านมาที่ มักมีคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับบอร์ดของ TOT ทำไมไม่ปกป้องทรัพย์สินของชาติ เพราะเป็นองค์การที่กระทรวงเทคโนโลยีเข้าไปควบคุม รวมถึงกรณีอื่นๆ ที่ผลประโยชน์ตกไปที่บริษัทชิน คอร์ป

        โดยคำถามต่อมาคือแล้วบอร์ดของ TOT ทำอะไรนั่นเอง จึงเกิดการดำเนินคดีต่อบอร์ดของ TOT โดยพิจารณาจากความเป็นอิสระของกรรมการอิสระคือ บอร์ด ซึ่งไม่ใช่ผู้บริหาร และต้องเข้าประชุม โดยไม่เกี่ยวข้องกับผู้เกี่ยวข้องในบริษัท ตามหลักที่ถูกต้อง คือ ต้องไม่มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับคนภายในนั่นเอง และ Board of Director ควรเป็นคนนอกมากกว่าคนใน....................

 

 

Photobucket

สนใจ download slide ประกอบการบรรยายได้ที่

http://www.megaupload.com/?d=7QH9B5P6


ที่มา: หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์ ฉบับวันที่ 29 มี.ค. - 4 เม.ย. 2553

Comment

Comment:

Tweet

สู้ๆครับเอาใจช่วย
สวัสดีปีใหม่ไทยด้วยดอกมะลิ ดอกมะลิ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ

#1 By ทอม on 2010-04-15 20:24