สมช.แจงกมธ. ยัน"คดีบูท"

ดำเนินการตามพันธะกรณี รบ.แทรกศาลไม่ได้

วิ���อร� �ู�,รั��า ��า�ิ�ร�,ศิริ��� �สภา,�ู�ร�าย��าม���
ภาพจาก thairecent.com

 

"กมธ.ต่างประเทศ สภา" เรียก "สมช." แจงกรณี "วิคเตอร์ บูท" ยันเป็นการดำเนินการพันธกรณีผู้ร้ายข้ามแดน ถือเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม โดยที่รัฐบาลไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงคดีได้ ย้ำ ไม่เกี่ยวการจับกุมนักค้าอาวุธคาซัคฯ 5 คน เมื่อต้นปี 53 เผยทำความเข้าใจทูตรัสเซียแล้ว เชื่อ "สหรัฐฯ-รัสเซีย" เข้าใจ

 

วันนี้ (1 ก.ย.) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ รัฐสภา กล่าวหลังจากการประชุมคณะกรรมาธิการการต่า ประเทศ รัฐสภา โดยมีการเชิญตัวแทนจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาชี้แจงกรณีของ นายวิคเตอร์ บูท ว่า คณะกรรมาธิการมีความเป็นห่วง ในเรื่องของบทบาทประเทศไทยเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ซึ่งเข้าใจว่า ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งในประชาคมโลก ซึ่งมีพันธผูกพันในเรื่องต่างๆ ที่จะทำร่วมกันกับต่างประเทศ เราจึงต้องมีการดำเนินเรื่องต่อไป ซึ่งประเทศสหรัฐอเมริกา และ ไทย นั้น มีเรื่องของสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่กรณีดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย และประเทศรัสเซีย จึงเป็นประเด็นที่คณะกรรมาธิการห่วงใย ว่า แนวทางในการดำเนินการทางการทูตระหว่างสองประเทศนั้นจะเป็นอย่างไร

 

 

น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า ทางคณะกรรมาธิการ ได้รับการชี้แจง ทั้งในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ว่า ได้มีการดำเนินการในการชี้แจง ต่อเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ให้เข้าใจว่า ประเทศไทยมีพันธกรณีต้องส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้ และกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยนั้น รัฐบาลไม่เข้าไปแทรกแซง

 

เมื่อถามว่า เมื่อทำการชี้แจงไปแล้วทางรัสเซียมีการตอบรับอย่างไร น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในส่วนของทูตไทยประจำประเทศรัสเซียได้มีการชี้แจงในกรณีดังกล่าวแล้ว คาดว่า ฝ่ายของรัสเซีย น่าจะเข้าใจ ไม่ได้มีท่าที่ที่ผิดหวัง ทั้งนี้ เข้าใจว่า ในฐานะตัวแทนของประเทศต้องมีความห่วงใยต่อประชาชนของประเทศ แต่ไม่ได้มีการทำหนังสือขอตัว นายวิคเตอร์ บูท กลับประเทศแต่อย่างใด เพียงแต่อยากให้ความเป็นธรรมแก่บุคคลในประเทศของตน ตนเชื่อว่าทางประเทศรัสเซียคงเข้าใจ และเคารพในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ทั้งนี้ ในระยะยาวคงต้องมีการติดตามต่อไป ว่า จะมีผลกระทบอะไรเกิดขึ้นอีกหรือไม่ แต่ต้องพยายามย้ำว่าประเทศไทยต้องพยายามสร้างจุดยืนที่ดี ต่อทั้งประเทศสหรัฐฯ และประเทศรัสเซีย

 ภาพจาก www.oknation.net

 

"ทางทหารไม่ได้มีการชี้แจงมาก เป็นเรื่องของทาง สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และทางสันติบาล เพราะมีการพยายามนำกรณีดังกล่าว มาทำการเชื่อมโยงกับกรณีการขนอาวุธของชาวคาซัคสถาน 5 คน เมื่อต้นปี 53 ที่ผ่านมา กับกรณีดังกล่าวว่า มีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งเป็นคนละกรณี เพราะ นายวิคเตอร์ บูท ถูกจับก่อนเป็นเวลากว่า 1 ปี จึงไม่อยากให้นำมาคิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะถือเป็นเรื่องที่มีความต่างกรรมต่างวาระกัน และทางฝ่ายสภาความมั่นคงได้ชี้แจงว่า ในเมื่อประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของยูเอ็น ซึ่งมีกฎที่ต้องปฏิบัติร่วมกันในเรื่องของการค้าอาวุธสงครามที่ว่าหากมีการจับผู้ค้าอาวุธได้ จะต้องทำลายอาวุธที่ได้ทิ้ง ซึ่งเราต้องทำตาม ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่า ประเทศไทยไม่เคารพกฎกติกาของสังคมโลก" ผศ.ดร.รัชดา กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมาธิการคงมีการติดตามในประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่เราเข้าใจในทิศทางการทำงานของรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ ว่า มีขอบเขตการทำงาน แต่ก็ไม่อยากให้ประเทศอื่นเข้ามาแทรกแซงกระบวนการในการทำงานเช่นกัน

 

 

ที่มา: ผู้จัดการ  และ http://thairecent.com/Politic

 

Comment

Comment:

Tweet

การทํางานดูที่เจตจํานง เเละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ทุกหน้าที่ต้องช่วยกันเเก้ปัญหา กรณีคุณ ศิริโชค การที่มีความตั้งใจหาทางที่จะเเก้ไขปัญหา เพราะ ผุ้ต้องหาระดับนี้ต้องรู้ว่าคุณศิริโชคคือใคร เเละคุณศิริโชค คงรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดปัญหาตามมา โดยปกตืเเล้ว ไม่มีใครที่จะเอาตัวเข้าเเลกเเต่ มีเจตจํานงที่จะเข้าไปพบดูความเรียบร้อยเพราะไม่มีเหตุผลที่รัฐบาลต้องการให้เกิดปัญหา มีเเต่กลัวว่าจะเกิดปัญหาผมยังชื่นชมรัฐบาลที่ ทุกผ่ายจะใช้หน้าที่คุ้มค่าที่ประชาชนไว้วางใจทุกเหตุการณที่เกิดในระยะ6-7ปีที่ผ่านมาพิสูจณ์ได้ว่าใครที่ทําเพื่อส่วนรวมเเละใครท๋าเพื่อพวกพ้อง ประชาชนจะเป็นเกราะป้องกันให้ คนดีเเละฟ้าจะคุ้มครองให้ปลอดภัยครับ

#1 By pk (124.121.175.70) on 2010-09-07 13:59