เรื่องของเวลา....ไม่ใช่สถานที่
 
 
สมมติว่าวันนั้นไม่ได้มีคนพบนายกฯที่โฟร์ซีซั่น แต่ไปพบที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แล้ววันนี้สังคมตั้งคำถามเรื่องการใช้เวลาราชการของนายกฯ จะถือว่าเป็นการรังแกผู้หญิงหรือไม่?
 
 
 
  เวลาทำงาน (ราชการ) vs เรื่องส่วนตัว......คนเรามีเรื่องส่วนตัวและต้องการความเป็นส่วนตัวกันทั้งนั้น และก็คงมีไม่มากคนนักที่ชอบให้คนอื่นมาถามและวุ่นวายความเป็นส่วนตัว......แต่การเป็นนักการเมืองต้องทำใจว่าคนจับจ้องมองอยู่และมีความคาดหวังทั้งเรื่องการทำงานและเรื่องส่วนตัว......บางเรื่องอาจดูไม่เป็นประเด็น หรืออาจเป็นแต่ไม่เห็นต้องมากมาย จบได้แต่ไม่จบ ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน....
 

ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามในเรื่องของการใช้เวลาทำงาน (ราชการ) ไปทำเรื่องส่วนตัวต้องดูเป็นเรื่องๆไป ...หากในเวลาทำงาน(ราชการ) แล้วจะไปทำเรื่องส่วนตัว เช่น เข้าห้องน้ำ ก็ไม่สมควรจะไปอยากรู้ว่าเข้าห้องน้ำไปทำอะไร หรือเข้าไปนอนพักในห้องพยาบาล ก็คงไม่ต้องถึงขั้นขอดูใบรับรองแพทย์......แต่ถ้าในเวลาทำงาน (ราชการ) ยังไปเดินซื้อของในตลาดนัดหรือห้างสรรพสินค้า อันนี้ไม่เหมาะสมแน่ไม่ว่าจะเป็นใครมีอาชีพใดก็ตาม...และในบางกรณีคงต้องดูในรายละเอียดด้วย เช่นคุยโทรศัพท์ตลอด คงต้องถามกันว่าคุยอะไรนักหนา หากชี้แจงได้ว่าเกี่ยวข้องกับงานตนเองอย่างไรก็คงไม่เป็นประเด็น
 

สำหรับคนเป็นนายกรัฐมนตรี หากจะใช้เวลาวันหยุดไปพักผ่อนเดินซื้อของก็ไม่ผิดอะไร จะไปนั่งสังสรรค์เฮฮากับเพื่อนจะโรงแรมไหนหรือภัตตาคารใดก็เป็นเรื่องธรรมดา หรือจะลาพักร้อนไปต่างประเทศเสียเลยก็ควรจะเป็นสิ่งที่ประชาชนเข้าใจได้เพราะนายกฯก็คนต้องมีพักกันบ้าง (แต่ต้องดูช่วงเวลาให้เหมาะสมด้วย).....
 

ฝ่ายที่คิดว่ามีความพยายามจะกลั่นแกล้งนายกฯ หรือดูหมิ่นศักดิ์ศรีผู้หญิงนั้นน่าจะหยุดสักนิด..แล้วจัดกระบวนทัศน์ทางความคิดเสียหน่อย...เพียงท่านชี้แจงและสร้างความกระจ่างเรื่องก็จบ..... คนที่ชื่นชมนายกฯก็จะได้สบายใจ คนที่ไม่ชื่นชมก็จะได้หยุด คนที่ยังไม่ได้อยู่ข้างใดก็จะได้เห็นว่านายกฯเป็นคนที่ไม่กลัวการเผชิญความจริง เข้มแข็ง ทุกอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้.....
 
 
 
ที่ผ่านมามีข้อสงสัยว่า.... นายกฯใช้เวลาราชการไปทำเรื่องส่วนตัวหรือไม่ ไม่ว่าสถานที่ในวันนั้นจะเป็นโรงแรม ห้างสรรพสินค้า หรือที่ใดก็ตาม คำถามนี้ก็จะมีอยู่ดีเพราะในวันและเวลานั้นต้องปฏิบัติราชการ....จึงเป็นสิ่งที่นายกฯควรตอบเพื่อตัวท่านเองว่าเป็นเรื่องส่วนตัวหรือราชการ หากตอบว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ก็ไม่ต้องถามต่อเพราะได้ข้อสรุปแล้วว่าในเวลาราชการนั้น นายกฯขอใช้ทำเรื่องส่วนตัว....แต่หากตอบว่าเป็นเรื่องราชการ ก็คงต้องชี้แจงว่าเรื่องอะไร
 
 
 
 
แต่เนื่องจากเวลาผ่านไปหลายวันและมีคำชี้แจงจากคนรอบตัวนายกฯที่ไม่เหมือนกันและก็ไม่เหมือนกับที่นายกฯได้พูดไว้ 'ไม่ได้ไปประชุมค่ะ'....ข้อสงสัยมากมายจึงตามมา...และสุดท้ายยิ่งมีการชี้แจงว่าเป็นการพูดคุยกันในกลุ่มนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ยิ่งต้องอยากรู้กันใหญ่ว่าเกี่ยวข้องกับการกำหนดพื้นที่Flood way หรือไม่ เพราะวันนี้รัฐบาลยังไม่บอกให้ประชาชนทราบว่าจะใช้ตรงไหนเป็นFlood way/เป็นพื้นที่รับน้ำ จะทำให้เกิดการได้เปรียบกับคนกลุ่มนี้หรือไม่.....หากวงสนทนาวันนั้นไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อน ก็ช่วยชี้แจงและสำหรับคนที่ยังสงสัยในเรื่องนี้ต่อก็คงต้องติดตามกันไป......
 
 
 
 
แม้วันนั้นที่โฟร์ซีซั่นจะเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นทางใดทางหนึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นบทเรียนคือการใช้เวลาราชการทำภารกิจ !!!!
 

Comment

Comment:

Tweet